บ้านอยู่ในเขตภัยพิบัติ ได้เงินอะไรบ้าง และต้องเตรียมอะไรก่อนไปยื่น

ข้อมูลนี้ตรวจเมื่อ 27 กันยายน 2569 เรื่องเงินช่วยเหลือภัยพิบัติเปลี่ยนตามมติคณะรัฐมนตรีและประกาศของแต่ละจังหวัด ถ้าคุณอ่านหลังจากนั้นนาน กรุณาโทรเช็กกับหน่วยงานในพื้นที่อีกครั้งครับ
ทำ 3 อย่างนี้ก่อน อย่าเพิ่งเก็บกวาด
หนึ่ง ถ่ายรูปและวิดีโอไว้ให้ครบ ถ่ายตอนน้ำยังอยู่ ถ่ายให้เห็นระดับน้ำเทียบกับผนังหรือประตู ถ่ายของที่เสียหายทีละชิ้น เพราะพอน้ำลดแล้วเก็บกวาดไปแล้ว ร่องรอยจะหาย และเจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายได้ยากขึ้น หลายคนเสียสิทธิ์ตรงนี้เพราะรีบทำความสะอาด
สอง แจ้งความเสียหายกับหน่วยงานในพื้นที่ ถ้าอยู่กรุงเทพฯ แจ้งที่สำนักงานเขต ถ้าอยู่ต่างจังหวัดแจ้งที่ อบต. หรือเทศบาล เจ้าหน้าที่จะลงมาสำรวจแล้วออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัยให้ ซึ่งเป็นเอกสารตั้งต้นของทุกอย่าง ไม่มีใบนี้เบิกอะไรไม่ได้เลย
สาม ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน เงินหลายรายการโอนเข้าช่องทางนี้ ถ้ายังไม่ได้ผูกให้จัดการไว้ก่อน จะได้ไม่ติดตอนเงินออก
สายด่วนที่ใช้ได้ กรุงเทพฯ โทร 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งผ่านแอป Traffy Fondue ส่วนต่างจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โทร 1784
ทีนี้มาดูว่ามีเงินกี่กอง
ตรงนี้คนสับสนกันเยอะ เพราะข่าวมักเอาทั้งสามกองมาปนกัน จนเข้าใจว่าทุกคนได้เงินเก้าพันบาทอัตโนมัติ ซึ่งไม่ใช่ครับ ทั้งสามกองมีกติกาคนละแบบ และมีเงื่อนไขร่วมกันอยู่ข้อเดียวคือ บ้านต้องอยู่ในพื้นที่ที่ประกาศเขตประสบสาธารณภัยแล้ว
กองที่หนึ่ง เงินทดรองราชการ จ่ายตามความเสียหายจริง
กองนี้คือกองหลักที่ใช้กันอยู่ตอนนี้ จ่ายเป็นรายการ ๆ ตามที่เสียหายจริง ไม่ใช่เหมาจ่าย ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 88,600 บาทต่อหลัง ค่าเช่าบ้านชั่วคราว 2,500 บาทต่อเดือน สูงสุด 2 เดือน ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพกรณีของทำมาหากินเสียหายจนซ่อมไม่ได้ ไม่เกิน 13,500 บาทต่อครัวเรือน และค่าดำรงชีพเบื้องต้น ไม่เกิน 4,900 บาท
ของใช้จำเป็นก็มีเพดานของมัน ค่าเครื่องนุ่งห่ม 1,300 บาทต่อคน เครื่องนอน 1,200 บาทต่อคน เครื่องครัวและอุปกรณ์ประกอบอาหาร 4,200 บาทต่อครัวเรือน และถุงยังชีพ 1,000 บาท ส่วนคนที่บาดเจ็บจนต้องรักษาตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปได้ 5,000 บาท กรณีพิการได้ 16,600 บาท และกรณีเสียชีวิต มีค่าจัดการศพ ไม่เกิน 35,700 บาท กับเงินสงเคราะห์ครอบครัวอีก 35,700 บาท
ถ้าคุณเห็นข่าวที่บอกว่าซ่อมบ้านได้ 49,500 บาท อย่าเพิ่งตกใจครับ นั่นคือเกณฑ์เก่า กระทรวงการคลังออกหลักเกณฑ์ใหม่เมื่อ 2 มีนาคม 2569 ใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่ 6 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป และปรับขึ้นแทบทุกรายการ ซ่อมบ้านจาก 49,500 เป็น 88,600 เครื่องมือประกอบอาชีพจาก 11,400 เป็น 13,500 ค่าจัดการศพจาก 29,700 เป็น 35,700 หน่วยงานบางแห่งยังแถลงตัวเลขชุดเก่าอยู่ ถ้าเจ้าหน้าที่แจ้งตัวเลขไม่ตรงกับที่นี่ ให้ถามยืนยันได้เลยว่าใช้หลักเกณฑ์ฉบับไหน
ย้ำว่ากองนี้ ไม่ได้อัตโนมัติ ต้องผ่านการสำรวจและมีเอกสารครบ แล้วคณะกรรมการจึงพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
กองที่สอง เยียวยาเหมาจ่าย ครัวเรือนละ 9,000 บาท
กองนี้มาจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 25 สิงหาคม 2569 จ่ายเหมาครัวเรือนละ 9,000 บาท ครั้งเดียวต่อหนึ่งหลังคาเรือน โดยชุดแรกครอบคลุมประมาณ 60,971 ครัวเรือน ใน 41 จังหวัด
เงื่อนไขคือบ้านต้องอยู่ในพื้นที่ที่ประกาศเขตประสบสาธารณภัย มีหนังสือรับรองผู้ประสบภัย มีผู้นำชุมชนรับรอง และผ่านคณะกรรมการระดับอำเภอกับจังหวัด ยื่นได้ที่แอป ทางรัฐ หรือที่ อบต. และเทศบาล โดยไม่ต้องรอให้ครบทั้งหมู่บ้าน เงินโอนเข้าพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน
แต่กรุงเทพฯ กับนนทบุรีรอบนี้ยังไม่เข้าเกณฑ์กองนี้ครับ เพราะมติออกวันที่ 25 สิงหาคม ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ที่ท่วมไปก่อนหน้านั้นแล้ว ส่วนกรุงเทพฯ เพิ่งประกาศเขตวันที่ 25 กันยายน และนนทบุรีวันที่ 27 กันยายน ทั้งสองที่จึงอยู่นอก 41 จังหวัดของมตินั้น ถ้าจะได้ต้องมีมติคณะรัฐมนตรีรอบใหม่เพิ่มเข้าไป ซึ่ง ณ วันที่เขียนยังไม่มี
แต่โอกาสยังมีอยู่ครับ เพราะการเพิ่มพื้นที่ในรอบหลังเป็นเรื่องปกติ ปีก่อน ๆ คณะรัฐมนตรีก็อนุมัติเพิ่มเป็นรอบ ๆ หลายครั้ง และเกณฑ์เปิดให้ภัยที่เกิดระหว่าง 15 พฤษภาคม ถึง 30 กันยายน 2569 ซึ่งครอบคลุมน้ำท่วมรอบนี้อยู่แล้ว คำแนะนำที่ปลอดภัยคือ ลงทะเบียนในแอป ทางรัฐ และแจ้งเขตหรือ อบต. ไว้เลย ไม่มีอะไรเสียถ้าลงแล้วไม่เข้าเกณฑ์ แต่ถ้าไม่ลงแล้วมีมติออกมาทีหลัง อาจตกหล่นได้ และระหว่างนี้ ใช้กองแรกไปก่อน ซึ่งได้แน่นอนและให้มากกว่า 9,000 ถ้าบ้านเสียหายจริง
กองที่สาม ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เริ่ม 1 ตุลาคม 2569
กองนี้เป็นของใหม่และน่าสนใจ รัฐจ่ายเบี้ยประกันให้ประชาชนโดยไม่ต้องจ่ายเอง ใช้งบประมาณรวม 15,500 ล้านบาท ครอบคลุมที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือน คุ้มครองสามภัยคือ น้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว
วงเงิน สูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน โดยกรณีน้ำท่วมจ่ายเบื้องต้น 10,000 บาท แล้วเพิ่มได้อีกสูงสุด 90,000 บาท ส่วนวาตภัยและแผ่นดินไหวจ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท แล้วเพิ่มได้อีกสูงสุด 95,000 บาท กรณีเสียชีวิตมีเงิน 2,000,000 บาท ความคุ้มครองเริ่ม 1 ตุลาคม 2569 ถึง 1 ตุลาคม 2570
ผู้ได้สิทธิ์คือเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามทะเบียนราษฎร ส่วนบ้านที่ไม่มีเลขที่ใช้ผู้ครอบครองที่มีผู้มีอำนาจรับรอง ซึ่งรัฐสำรวจไว้แล้วกว่า 4.9 แสนหลังคาเรือนใน 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร
เตรียมเอกสารอะไรบ้าง
สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ทั้งของเจ้าบ้านและของคนยื่นถ้าไม่ใช่คนเดียวกัน เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์เช่นโฉนดหรือสัญญาซื้อขาย ถ้าเช่าอยู่ก็ใช้สัญญาเช่า รูปถ่ายและวิดีโอความเสียหาย หนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่เขตหรือ อบต. ออกให้ และแบบประเมินความเสียหายที่เจ้าหน้าที่กรอกตอนลงสำรวจ
เก็บใบเสร็จค่าซ่อม ค่าเช่าบ้านชั่วคราว และค่ารักษาพยาบาลไว้ด้วยทุกใบ เพราะบางรายการเบิกตามที่จ่ายจริง ถ้าไม่มีใบเสร็จจะพิสูจน์ยาก
เรื่องที่อยากให้รู้ไว้ก่อน
เงินจากรัฐทั้งสามกองออกแบบมาเพื่อประคองให้ตั้งตัวได้ ไม่ได้ออกแบบมาให้ครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด บ้านที่น้ำท่วมทั้งหลังซ่อมจริงมักเกินวงเงินที่ได้ และเงินเหล่านี้ไม่ได้ครอบคลุมของใช้ในบ้าน รถยนต์ หรือรายได้ที่หายไประหว่างซ่อม
อีกเรื่องที่คนมักไม่ทันคิดคือ ค่ารักษาพยาบาล หลังน้ำลดมักตามมาด้วยฉี่หนู น้ำกัดเท้า ไข้เลือดออก หรือโรคทางเดินอาหาร ซึ่งเงินช่วยเหลือจากรัฐสำหรับคนบาดเจ็บที่ต้องรักษาตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปอยู่ที่ 5,000 บาท ถ้าต้องนอนโรงพยาบาลจริงจัง ตัวเลขนี้มักไม่พอ ใครมีประกันสุขภาพอยู่แล้วก็ใช้สิทธิ์ตรงนั้นควบคู่ไปได้ ส่วนใครยังไม่มี ค่อยมาคุยกันตอนที่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ได้ครับ ตอนนี้ตั้งหลักเรื่องบ้านก่อน
ถ้ามีประกันอยู่แล้ว ให้แจ้งบริษัทประกันไปพร้อมกันเลย อย่ารอให้เรื่องกับรัฐจบก่อน เพราะเป็นคนละช่องทางและมีกำหนดเวลาของตัวเอง แต่ควรถามบริษัทให้ชัดว่าเงินช่วยเหลือจากรัฐมีผลกับวงเงินเคลมหรือไม่ เพราะประกันทรัพย์สินเป็นสัญญาชดใช้ตามความเสียหายจริง เงื่อนไขแต่ละกรมธรรม์ไม่เหมือนกัน
สรุปสั้น ๆ ถ่ายรูปก่อนเก็บกวาด แจ้งเขตหรือ อบต. ให้เร็วที่สุด ขอหนังสือรับรองผู้ประสบภัย ผูกพร้อมเพย์ให้เรียบร้อย แล้วเก็บใบเสร็จทุกใบไว้ เท่านี้ก็พร้อมยื่นแล้วครับ
แหล่งอ้างอิง หลักเกณฑ์เงินทดรองราชการฉบับใหม่ จากกรมประชาสัมพันธ์และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มติคณะรัฐมนตรี 25 สิงหาคม 2569 เรื่องเงินเยียวยา 9,000 บาท และมติเรื่องระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ รวมถึงประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรุงเทพมหานครและจังหวัดนนทบุรี ลิงก์ทั้งหมดรวบรวมไว้ท้ายบทความ ข้อมูลตรวจเมื่อ 27 กันยายน 2569 หากมีมติหรือประกาศใหม่ ตัวเลขอาจเปลี่ยนได้ครับ